ผียายจันทร์

เรื่องเล่าตำนานของ ผียายจันทร์

ผียายจันทร์ เรื่องเล่าสุดน่ากลัวขนหัวลุก

ผียายจันทร์ เล่าให้ฟังถึงตำนานในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งคนเก่าคนแก่ในหมู่บ้านเล่าต่อๆกันพยายามหมูบ้านแห่งหนึ่งซึ่งในเวลานี้ได้ปรับปรุงไปตามยุคสมัยแสงไฟสว่างจ้ามีถนนหนทางกว้างขวางมีรถวิ่งเข้าออกตลอดวันแม้กระนั้นแต่ก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ห่างไกลความเจริญไม่มีกระแสไฟฟ้าถนนหนทางขอรับเพียงแค่ผู้คนมีอยู่ไม่กี่หลังคาเรือนส่วนใหญ่ก็ทำอาชีพขายปลาขายไก่มีบ้านหลังหนึ่งใหญ่โตพื้นที่กว้างขวางขณะนั้นตั้งเด่นสง่าอยู่ต้นซอยส่งผลไม้ปลูกไว้เต็มบ้านผู้ครอบครองนั้นเป็นขยายได้แก่ 4 ใหญ่จันทร์ก็อยู่เพียงลำพังไม่มีบุตรหลานดูแลแต่ละวันคุณยายจันทร์จะตื่นแต่เช้ามารดน้ำต้นไม้และก็ตรวจของใช้แล้วก็ผลไม้หายไปเท่าไรสิ่งที่คุณยายมักจะทำเป็นนั่งอยู่บนบ้าน มองดูลงมาที่สวนผลไม้ใครผ่านไปผ่านมาจะต้องมองเห็นแกนั่งอย่างนั้นจะเจอเย็นถึงนอนตอนที่แกไปนอนนั้นจะมีคนป่ายปีนกำแพงลักขโมยผลไม้ทุกวี่วันอยากรู้ดีว่าพวกนั้นมาขโมยผลไม้แต่เอ็งก็ปล่อยให้พวกนั้นลักขโมยไปถึงวันที่คุณยายจันทร์ตายก็ไม่มีบุตรหลานมาทำงานศพคนที่เข้าไปเก็บศพเราว่าแก่นอนบนกองเลือดด้านข้างส่งมีข้อความว่าทรัพย์สมบัติของเราห้ามใครแตะลูกหลานห้ามมองมือไม้ห้ามจับหากแม้ตอนข้าตายเป็นผีเท่ากูจะรอเฝ้าสมบัติของเราอีตน ใดเข้ามายุ่งยากฉันจะตามฆ่าหลอกหลอนทั้งโคตรตอนมีชีวิตอยู่อย่าจันทร์อยู่อย่างสันโดษลูกหลานหายหมดจะกลับมายอดเยี่ยมไม่ได้ข่าวสารว่าแกไม่สบายใกล้ตายเพียงแค่นั้นทรัพย์สินของใหญ่จังไม่ได้ถูกยกให้ใครมีพินัยกรรมหรือกระดาษเก่าๆเนื้อความว่ากูยายจันทร์ผู้ครอบครองทุกๆอย่างในที่ดินนี้มีลูกหลานไป 10 กว่าคนแต่ว่าไม่สามารถที่จะพึ่งใครได้ตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยเข้ามาเยี่ยมเยียนเมื่อใดที่กูตายอย่าเหยียบเข้าบ้านกูทรัพย์สมบัติเราจะไม่มีให้คนไหนกันได้ทั้งหมดข้าจะอยู่ดูแลเองบ้านถูกปิดตายล็อคกุญแจแน่นหนาการเสียชีวิตของคุณยายจันทร์ สร้างความน่าขนลุกแก่คนภายในหมู่บ้าน ทุกคนในหมู่บ้านจำเป็นต้องเดินผ่านบ้านมึงเวรตกอยู่กับพวกปฏิบัติงานนอกบ้านแล้วจะต้องกลับไปอยู่ที่บ้านดึกดื่นๆเวลากลับไปอยู่บ้านวิ่งเค้าหน้าตั้งกันทุกคนบางบุคคลต้องการลองดีเดินช้าๆดูเข้าไปในบ้านมองเห็นคุณยายจันทร์นั่งอยู่บนต้นมะม่วงชี้หน้าดุขึ้นเสียงมาลักขโมยของฉันใช่ไหมไปไกลๆบ้านข้าเลยจ๊าจนถึงไม่มีผู้ใดกล้ากลับไปอยู่ที่บ้านค่ำๆผ่านมาสักระยะ เริ่มมีรถรับจ้างขึ้นซาเล้งเก่าๆ4-5 คนมาหยุดรถยนต์เข้าคิวรอรับส่งคนภายในหมู่บ้านแม้กระนั้นคนภายนอกหมู่บ้าน ผู้รับว่าจ้างทุกคนเป็นคนภายนอกหมู่บ้านถึงไม่รู้เรื่องผีคุณยายจันทร์แม้กระนั้นคนภายในหมู่บ้านเวลากลับไปอยู่ที่บ้านดึกดื่นๆก็จะว่าจ้างรถยนต์ซาเล้งเข้าไปส่งถึงยังหน้าบ้านผู้ขับซาเล้งสังเกตุว่าบ้านคุณยายจันทร์ไร้คนอยู่แต่ว่าบ้านกลับไม่เสื่อมโทรมแถมยังส่งผลไม้เยอะไปหมดถึงคิดแผนลักขโมยผลไม้เพราะเหตุว่าส่งลูกค้าในหมู่บ้านเสร็จเลยแวะลักขโมยผลไม้ ขนาดที่กำลังตะกายกำแพงถึงยอดต้นมะม่วงมองเห็นคุณยายจันทร์นั่งยองๆบนต้นไม้ ดวงตาสีขาวโพนอ้าปากกว้างแผดเสียงกรีด ผู้ขับซาเล้งตกอกตกใจพลัดหล่นกำแพงวิ่งลืมลดเสียงยังดังกระหึ่มอยู่ในหูทำให้หูกระดานไม่อาจจะได้ยินเสียงข้างนอกแต่ได้ยินเสียงคุณยายจันทร์ตลอดระยะเวลา ที่น่ามหัศจรรย์เป็นรถยนต์ซาเล้งที่ผู้ขับลืมไว้เข้าไปอยู่ในบ้านคุณยายจันทร์แม้ว่าบ้านถูกปิดตายไม่มีผู้ใดเข้าไปได้แม้กระนั้นรถยนต์กลับเข้าไปหยุดอยู่คุณยายจันทร์แปลงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้คนที่ล็อคกุญแจบ้านคุณยายจันทร์พูดว่าผมเอากุญแจไปกับสมปรารถนาจันทร์แล้วนะครับ ซาเล้งที่ไม่กลัวยังคงรับจ้างถัดไป

วันหนึ่งมีผู้ขับซาเล้งต้องการไปลองดีที่บ้านผีคุณยายจันทร์แผดเสียงดังด่าว่า อีแก่ตายแล้วจะหวงโภคทรัพย์ไปเพราะเหตุไรหลอกเพื่อนฝูงข้ากระทั่งหูบอดแล้วยังหลอกคนภายในหมู่บ้านอีกวันนี้มาท้าทายเก่งออกมาสู้กับฉันจะตบให้คว่ำเลยฉันจะเอาของไปขายให้หมดซาเล้งคนนี้ตะกายรั้วบ้านคุณยายจันทร์เก็บมะม่วงกวางลงมาบนถนนหนทางเยอะไปหมดเก็บไปพร่ำบ่นไป ไหนล่ะผีแก่ออกมาสิโว้ยเมื่อมีความคิดเห็นว่าไม่มีผีสิงหันหลังกำลังจะกระโจนลงจากกำแพงได้ยินเสียงคนรดน้ำต้นไม้ปากก็ขับร้องวัดเอ๋ยวัดโบสถ์มีตาลตาลโตนดอยู่เจ็ดต้นเลยบิดานกขุนทองก็ไปชิงทรัพย์ป่านนี้มองไม่เห็นมาภรรยาตักข้าวใส่ห่อเลยสร้างเรือไปตามหาเขาก็ลือมา บิดานกขุนทองตายแล้ว ผู้ขับซาเล้งหันกลับไปดูมองเห็นผีคุณยายจันทร์ยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงปีนป่ายตะกายขึ้นมาหาผู้ขับซาเล้งวินาทีนั้นผู้ขับซาเล้งถูกใจขึ้นตกลงมาจากกำแพง รีบขี่รถยนต์ออกไปป้าก็ร้องโวยวายตาชายตามองกระจกข้างรถมองเห็นผีคุณยายจันทร์นั่งอยู่ด้านหลังใบหน้าเย้ยหยันหัวเราะเสียงแหลมๆจะตบฉันหรอจะตบเราก็ตบสิจะต้องกล่าวสิ ราษฎรไม่ไหวกับเรื่องที่เกิดขึ้นถึงร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้านหรือบ้านคุณยายจั่นทิ้งผู้ใหญ่บ้านอยากได้ที่ดินของคุณยายจันทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อรู้ที่ราษฎรลำบากทิ้งเข้าแผงของเขาผู้ใหญ่บ้านก็เลยคิดแผนทุกข์ทิ้งรวมทั้งจะซื้อต่อแต่ว่าไม่เป็นไปตามที่คิดแผนอยู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็ล่องหนไปเฉยๆประชาชนช่วยเหลือกันตามหารวมทั้งไปดูที่บ้านของคุณยายจันทร์แม้กระนั้นก็ไม่อาจจะเข้าไปได้ ตามหาอยู่แทบ 3 อาทิตย์พบอีกครั้งเป็นศพถูกแขวนคออยู่หน้ารั้วบ้านในจันทร์ภาวะศพอื่นๆที่ตาถลนลิ้นจุกปากเมื่อก่อนหน้านี้กลับไม่มีผู้ใดมองเห็นส่งสาบานเลยไม่ยุ่งกับบ้านกันอีกกลัวว่าจึงควรตายแบบผู้ใหญ่บ้าน เรื่องราวนี้ทำให้ผีคุณยายจันทร์โปรดแผดเสียงกรีดทุกกลางคืนเวลา 19:00 นบ้านปิดประตูมิดชิดมีคนเล่าว่ายายจันทร์เตือนเคาะประตูถามทุกบ้านช่างฟ้องช่างยุยงปากว่างใช่ไหมข้าจะตัดลิ้นพวกแกทิ้งคุณยายจันทร์เริ่มเอาคืนพวกที่เอาการมึงไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านและก็เริ่มจากตัวแกนนำป้าคนนี้ชื่อจริงเองเป็นญาติห่างๆของผู้ใหญ่บ้าน ป้าแดงได้รับข้อเสนอแนะของผู้ใหญ่บ้าน ว่ายุยงคนภายในหมู่บ้านให้คุณลุงความเห็นชอบลื้อบ้านคุณยายจั่นที่ได้แสดงจะได้รับส่วนแบ่งเยอะๆถึงก่อให้เกิดความละโมบ ยุแยงตะแคงรั่วให้ประชาชนเชื่อคำร้องของต้นประชาชนเชื่ออย่างสบายรู้เรื่องก็กลัวผีกันอยู่แล้วข่าวสารการเสียชีวิตของผู้ใหญ่บ้านเป็นที่กล่าวถึงในตอนนั้นประชาชนคิดไปต่างๆนานาว่าผู้ใหญ่บ้านตายเพราะเหตุว่าใหญ่จัดจ้ะป้าแดงไม่รู้จักการเสียชีวิตแบบปัญหาของผู้ใหญ่บ้านกำเนิดความหวาดกลัวจนถึงไม่กล้าออกมาจากบ้านไม่เจอหน้าผู้คนผีคุณยายจันทร์ไปพบป้าแดงเคาะประตูเรียกแดงแดงออกมาเราจะเอาเอ็งไปอยู่กับไอ้คนแก่ออกมา ร่างกายป้าแดงเริ่มมีกลิ่นเน่ามีแผลเรียกตัวแขนขาเหยเกผิดรูปผิดรอยคุยผู้เดียวตาโพลงไปๆมาๆในช่วงเวลาไม่นานบิดาแดงเปลี่ยนเป็นคนบ้าพูดถึงพ่อใหญ่จัง กระทั่งวันหนึ่งแสดงกรี๊ดเสียงดังวิ่งตรงไปที่บ้านคุณยายจันทร์ ร้องไห้ฟูมฟายหันบอกกับคุณยายจันทร์กูขอโทษปลดปล่อยเราไปเหอะอย่าหักแขนหักขากูอีกเลยจ๊าเราจะทำบุญทำทานไปให้ข้าเจ็บไปหมดแล้วว่าแดงดิ้นดิ้นรนเอามือเข้าปากและดึงลิ้นตนเองออกมาปลดปล่อยเราไปเถิดปลดปล่อยเรายังกล่าวไม่จบดีแกดึงลิ้นตนเองกระทั่งขาดนอนชักอยู่กับพื้นชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปช่วยมองเห็นแกหยุดดิ้นและก็ตายไปเองส่วนผู้ที่เหลือก็เป็นใบ้ไปเฉยๆหรือบางบุคคลเดินไปผูกคอตายที่รั้วบ้านของคุณยายจันทร์ และก็เรื่องราวทั้งปวงก็จบลงเพียงเท่านี้นะครับ…

» Read more