ป่าแอมะซอน

” ปอดของโลก “ถูกเผาไหม้ ป่าแอมะซอน

ป่าแอมะซอน เหตุไฟป่า ที่รุนแรงมากกว่าทุกครั้ง

ป่าแอมะซอน เหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในปีนี้ได้แก่ ไฟไหม้ป่าแอมะซอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ปอดของโลก” เพราะต้นไม้นับล้านล้านต้นที่ป่าแห่งนี้ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลในช่วงหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา ช่วยชะลอภาวะโลกร้อนและยังช่วยสร้างออกซิเจนให้แก่โลกใบนี้ด้วย เหตุไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ป่าฝนผืนใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ซึ่งเว็บไซต์ britannica ระบุว่ามีพื้นที่ 6 ล้านตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย แต่ปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิล (INEP) เปิดเผยว่าข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าปริมาณการเกิดไฟป่าในแอมะซอนเพิ่มขึ้นถึง 83% จากปีที่แล้ว

INEP ด้ระบุว่า ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. 2019 ตรวจพบการเกิดไฟป่าในป่าแอมะซอนมากถึง 72,000 จุด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้ามีไฟป่าเกิดขึ้น 40,000 ครั้ง ขณะที่บรรดานักอนุรักษ์ต่างพากันโจมตีประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ว่าสนับสนุนให้มีการทำไม้และถางป่าเพื่อทำการเกษตร

ในอนาคตที่ไม่แน่นอนของชนเผ่าอูรู-อิว-วอ-วอ แถบแอมะซอนในบราซิล
ไฟป่า : ผืนป่าแอมะซอนถูกทำลายมากเป็นประวัติการณ์จากไฟป่าและการบุกรุก
ไฟป่าแอมะซอน: ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มอบเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปกป้องป่าฝนที่เป็นปอดของโลก
ป่าแอมะซอนมีความสำคัญต่อโลก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ไฟป่าที่เผาผลาญแอมะซอน อาจส่งผลให้ “ปอดของโลก” แห่งนี้ไม่สามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากเช่นเดิมอีกต่อไป และจะส่งผลให้การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศทำได้ยากขึ้น ป่าแห่งนี้ยังทำให้เกิดฝนสำหรับทำการเกษตรในอเมริกาใต้ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พืชพรรณ และผู้คนนับล้าน

แหล่งที่มา bbc

» Read more