เรือสุพรรณหงษ์

ตำนานความเป็นมาของ เรือสุพรรณหงษ์

เรือสุพรรณหงษ์ หัวเรือทำท่าเหมือนจะกลับอู่อยู่อย่างเดียว

เรือสุพรรณหงษ์ สำหรับ เรื่องมหัศจรรย์ที่หลายคนบางทีอาจจะรู้เลาๆหรือเคยได้ฟังได้ฟังมาบ้างก็เป็น สถานะการณ์ที่เกิดขึ้นกับกระบวนเดินทัพชลมารคเมื่อปี พุทธศักราช 2539 โดยคุณราตรี บัวประดิษฐ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้เล่าว่า

“ในปีนั้น(พุทธศักราช2539) นับเป็นปีพิเศษที่กระบวนพยุหยาตราฯ , , , ได้นำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆมาแล่นเป็นเรือเอกลำแรก ทำให้เรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเดิมเคยเป็นเรือเอกมาตลอดกลายเป็นเรือรองแล่นตามหลัง

“เมื่อนำเรือสุพรรณหงส์แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาออกตามหลังเรือนารายณ์ทรง สุบรรณได้ครู่หนึ่ง จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เป็นเกิดมีพายุลมแรงมากโดยที่ไม่มีวี่แววของฝนตั้งเค้าพัดมาที่เรือสุพรรณ หงส์ ตอนที่เรือลำอื่นยังแล่นได้ตามปกติ

“แล้วเรือสุพรรณหงส์ก็เบนหัวเรือทำท่าราวกับจะกลับอู่อยู่อย่างเดียว ทั้งๆที่เหล่าฝีพายซึ่งล้วนแล้วแต่มีฝีมือดี อุตสาหะจะตั้งหลักให้แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ว่าก็ไม่เป็นผล เรือไม่ยินยอมไปตามจนกระทั่งท้ายที่สุดเมื่อเรือแทบจะล่ม เหล่าฝีพายก็จะต้องนำเรือกลับเข้าอู่ต่อเรือพิธี”
กระบวนยกทัพฯควรจะเป็นเรือลำใดลำหนึ่งเพียงแค่นั้น
เรื่อง นี้มีบุคคลที่อยู่ในเรื่องคนไม่ใช่น้อยต่างเข้าใจกันอยู่ ดังนี้ถ้าเกิดมาดูกันตามประวัติศาสตร์ กระบวนพยุหย าตราฯนั้น เรือสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งเอกมาตลอด แม้กระนั้นในวันนั้นได้นำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณไปแล่นเป็นเรือเอกแทน ทำให้เรือสุพรรณหงส์ไม่ยินยอม ซึ่งถ้าเกิดมองเป็นลำดับชั้นแล้วเรือนารายณ์ทรงสุบรรณเป็นเรือรูปสัตว์ที่มีขั้นรอง เรือสุพรรณหงส์อยู่แล้ว

“ซึ่งสำหรับในการจัดริ้วกระบวนปี 2539 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกล่าวว่า ถ้าเกิดจะให้แก่ท่านประทับเรือนารายณ์ทรงสุบรรณก็ไม่สมควรที่จะเอาเรือสุพรรณหงส์ลง เพราะว่ากระบวนยกกองทัพฯควรจะเป็นเรือลำใดลำหนึ่งเพียงแค่นั้น”

ปรับแก้ พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี
นอก จากเรื่องน่าอัศจรรย์ของเรือสุพรรณหงส์ที่หลายๆคนเคยทราบได้ฟังเกี่ยวกับ
กระบวนเดินทัพฯปี พุทธศักราช 2539 แล้ว คุณกลางคืนยังเล่าเหตุอันน่าแปลกที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเองให้ฟังว่า

“ในสมัยก่อนตรงนี้(พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี)เป็นเพียงแต่สถานที่เก็บเรืออย่าง เดียวเพียงแค่นั้น ถัดมาก็เลยเปลี่ยนแปลงเป็นพิพิธภัณฑสถานเรือพิธี แต่สถานที่ยังไม่ดีเพียงพอ เมื่อฉันมาก็ตั้งอกตั้งใจที่จำสถานที่ที่นี้ให้ดียิ่งขึ้นเนื่องมาจาก เป็นที่เก็บเรือของในหลวงรวมทั้งมีที่เดียวในโลก

“ก็เลยได้ประกอบพิธีเซ่นสังเวยแม่ย่านาง เจ้าที่เจ้าทาง พร้อมด้วยบอกท่านว่ามีความมุ่งหมายที่จะทำที่นี่ให้ดี รวมทั้งอยากงบประมาณเพื่อมาปรับปรุงแก้ไข ขอดลบันดาลจิตใจให้แก่ท่านคนแก่ให้งบประมาณสำหรับในการเกื้อหนุนในการพัฒนา ซึ่งจากการ ที่ไหว้และจากนั้นก็ได้รับงบประมาณโดยตลอด หัวข้อนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์มิได้ แต่ว่าฉันก็มีความเชื่อโดยตลอด”

จัดพิธีการเส้นไหว้ พิธีการบอกเทวดาหรือแม่ย่านาง
เมื่อ เอ๋ยถึงเรื่องแม่ย่านางแล้ว คุณวิกาลเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ที่เรือสุพรรณหงส์เคยมีผู้เฒ่า ผู้แก่ คนจำนวนไม่น้อย มองเห็นแม่น่านาง เป็นสตรีผมยาว ผมขาว เดินไปๆมาๆอยู่ที่ศีรษะเรือในช่วงกลางคืน

“ซึ่งเรื่องที่เรือมีแม่ย่านางนี้ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงทราบดีว่าเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการต่อเรือ เนื่องจากการที่จะสร้างเรือขึ้นมาหนึ่งลำนั้น ควรจะมีการจัดพิธีการเส้นไหว้ พิธีการแจ้งเทวดาหรือแม่ย่านาง ที่ประจำเรือซึ่งทำมาจากต้นไม้ ดังนี้เป็นพิธีการความเลื่อมใสที่มีมาแม้กระนั้นโบราณ ส่วนแม่ย่านางเรือแต่ละลำนั้นจะเฮี้ยนขนาดไหน อันนี้ก็ขึ้นกับเรือลำนั้น

“สำหรับพิธีบูชาเส้นไหว้เรือสุพรรณหงส์นั้นก็ราวกับพิธีบูชาปกติ เป็นมีของสำหรับเซ่นไหว้ อย่างหัวหมู เป็ด ไก่ อาหารคาว ของว่าง ของหวานต้มแดงต้มขาว รวมทั้งจะมีพราหมณ์เป็นผู้กระทำพิธีบูชาอีกทั้งก่อนจะสร้างเรือเพื่อเป็นการขอ อนุญาต และก็เมื่อสร้างเรือเสร็จแล้วก่อนจะนำเรือลงสู่แม่น้ำก็จะมีการเส้นไหว้อีก กาลครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการขอพรและก็ความเป็นมงคลให้กับฝีพายแล้วก็นายทหารต่างๆที่อยู่ประจำบนเรือ ซึ่งทั้งผองนี้นับเป็นจารีตโบราณที่สืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน”

อีก สิ่งหนึ่งที่ถ้าหากคุณรัตติกาลไม่เล่าออกมาก็จะไม่รู้เรื่องเลยว่า ที่โขนเรือสุพรรณหงส์นั้นจะมีการนำเหรียญบาทที่ข้างหน้าเป็นรูปพระเจ้าแผ่นดินแล้วก็ ข้างหลังเป็นรูปตราแผ่นดินใส่ลงไปในโขนเรือและประกอบพิธี ตามความเลื่อมใสแต่ก่อนที่เช้าใจกันว่าเพื่อความเป็นมงคล”

สำหรับเรื่องลี้ลับน่าเกินจริงเกี่ยวกับเรือสุพรรณหงส์ยังไม่หมดเพียงแต่เท่า นี้ คุณราตรีกาล คนเดิม เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ที่เรือลำนี้จะมีผู้ตายเซ่นสังเวยทุกปี โดยผู้ที่ตายโดยมากก็ชอบเป็น พวกที่ไปดูถูกดูแคลนเรือ อย่าง นายทหารคนหนึ่งเมื่อเมาแล้วได้เข้าไปนั่งในเรือรวมทั้งฉี่รดเรือ จากนั้นทหารคนนั้นก็จมน้ำตายโดยไม่รู้ปัจจัย ในขณะที่เป็นคนว่ายแข็ง

“ส่วนอีกคนหนึ่ง ไปพูดจา ดูถูก ลบหลู่ แล้วก็เกิดเหตุเป็นไป เป็นว่ายจู่ๆจมน้ำตายไปเฉยเลย โดยไม่รู้จักปัจจัย ยิ่งกว่านั้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตรงนี้(พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี)มีน้ำท่วมมากมาย ลูกคนงานตรงนี้จู่ๆก็ตกน้ำตาย สำหรับตรงนี้แล้วคล้ายกับว่าทุกปีควรมีผู้ตายเสมอ

ถ้าเกิดไม่มีการไหว้ขออโหสิก่อนแล้ว ก็จะเกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับรูปพวกนั้น
“อีก เรื่องราวหนึ่งที่เหลือเชื่อมากๆแล้วก็ชอบเกิดขึ้นบ่อยมากก็คือ สำหรับคนที่มาถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้รายงานข่าว เด็กนักเรียน นิสิต ถ้าเกิดไม่มีการไหว้ขออภัยก่อนแล้ว ก็จะเกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับรูปพวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปที่ถ่ายไม่ติด รูปที่ถ่ายมาเสีย ดำหมด ขาวหมด จำเป็นต้องกลับมาขออภัยเพื่อถ่ายใหม่” คุณรารีเล่าด้วยด้วยความตื่นเต้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *