สิทธิเด็ดขาดของพ่อ

เรื่องราวในอดีต สิทธิเด็ดขาดของพ่อ

เรื่องราวในอดีต สิทธิเด็ดขาดของพ่อ

สิทธิเด็ดขาดของพ่อ ในสมัยก่อนนั้นชาวโรมันมั่นใจว่าลูกคือทรัพย์สินของคนเป็นบิดา เขามีสิทธิที่จะเลือกให้ลูกสมรสหรือหย่ากับผู้ใดก็ได้ ถ้าเกิดลูกขัดใจตนเองก็เลือกที่จะฆ่าหรือขายลูกก็ได้ แถมยังมีสิทธิในการตัดสินชีวิตของหลานๆด้วย กล่าวได้ว่าเผด็จการครบวงจรเลย

ในสมัยปัจจุบันหากบิดามารดากระทำความผิดกับลูกก็มีข้อบังคับคอยคุ้มครองเด็ก นอกจากนี้จะทำอะไรก็จะต้องถามความเต็มใจของเด็กเช่นเดียวกัน ดูมีอิสระขึ้นเยอะแยะกว่าเมื่อก่อนมากมาย…

» Read more
วิธีตรวจครรภ์

เรื่องราวในอดีต วิธีตรวจครรภ์

เรื่องราวในอดีต วิธีตรวจครรภ์

ถ้าหากผู้หญิงคนไหนสงสัยว่าตนเองท้องไหม ก็เข้าไปซื้อที่ตรวจครรภ์ใช้กันเถอะอย่ามัวเขินอายอยู่เลย ทราบไหมว่ามันสบายกว่าอดีตเยอะแค่ไหน เมื่อก่อนแพทย์จะให้สตรีฉี่ลงบนถุงข้าวบาร์เลย์ ถ้าว่ามีต้นอ่อนงอกออกมามีความหมายว่าพวกคุณท้องนั่นเอง กว่าจะทราบนี่รอดูกันนานเลย แถมก็ไม่น่าจะตรวจด้วยวิธีการนั้นได้จริงๆอีกต่างหาก…

» Read more
เกิดเป็นชนชั้นสูงต้องเท้าเล็ก

เรื่องราวในอดีต เกิดเป็นชนชั้นสูงต้องเท้าเล็ก

เกิดเป็นชนชั้นสูงต้องเท้าเล็ก

เกิดคุณบังเอิญได้เกิดขึ้นมาเป็นหญิงชั้นสูงในประเทศจีนสมัยก่อน คนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัวจะบังคับให้ท่านรัดเท้าตั้งแต่เด็กจะได้สวมรองเท้าอันเล็กๆได้ พวกเขามั่นใจว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ทรงเกียรติ

หากผู้ใดมีขนาดเท้าธรรมดาแสดงว่าเป็นคนชนชั้นทั่วๆไป แต่ว่าการจะได้เท้าอย่างนี้มาหญิงสาวจะต้องทนทุกข์ทรมานทุกวันตั้งแต่ยังอายุน้อย แถมเท้าเล็กแบบงี้ยังทำให้เดินยากอีกด้วย ดีนะที่สมัยปัจจุบันนี้ไม่มีผู้ใดทำอย่างนี้แล้ว…

» Read more
รักษาโรคด้วยเวทมนตร์

เรื่องราวในอดีต รักษาโรคด้วยเวทมนตร์และอุจจาระ

“รักษาโรคด้วยเวทมนตร์”

ย้อนกลับไปเมื่อ 1500 ปีก่อนคริสตกาล อินเดียยังมีความเชื่อในการ รักษาโรคด้วยเวทมนตร์ อยู่เลยและพวกเขายังคงใช้อุจจาระมาผสมเป็นยาให้คนไข้กินด้วย เพราะเหตุว่าพวกเขามั่นใจว่าอุจจาระสามารถขับไล่วิญญาณร้ายซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอาการป่วยได้นั่นเอง

เพียงแค่ได้ฟังก็รู้สึกดีใจแล้วที่สมัยปัจจุบันมีแพทย์มาวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำตามหลักทฤษฎี แล้วยังมียารักษาทั้งยังแบบรับประทานแบบฉีดด้วย ไม่ต้องมานั่งกินอุจจาระกันอีกต่อไป…

» Read more
Upamecano

Upamecano ไม่น่าจะทิ้ง RB Leipzig

Upamecano ในหน้าต่างโอนต่อไปเพราะจะไม่มีการย้ายเงินจำนวนมากในตลาด

Upamecano ประเทศฝรั่งเศสภายใต้ -21 ประเทศมีรายงานว่าเป็นผู้พิทักษ์ในความต้องการกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, อาร์เซนอลและเรอัลมาดริดทั้งหมดได้รับการเชื่อมโยงกับบริการของเขา

คู่แข่งชาวเยอรมันบาเยิร์นมิวนิคถูกคิดว่าเป็นผู้นำการแข่งขันสำหรับลายเซ็นของเขาก่อนที่จะระงับลีกในประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปอันเป็นผลมาจากการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส

อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ทางการเงินของนักฟุตบอลรายใหญ่ของยุโรปหลายคนที่ไม่ชัดเจนเนื่องจากวิกฤตการณ์ COVID-19 ตัวแทนของ Upamecano, Volker Struth คิดว่าลูกความของเขาจะยังคงอยู่ต่อไป

พูดกับ Sport 1 เขากล่าวว่า: “ฉันไม่เชื่อในการถ่ายโอนจำนวนมากในฤดูร้อนนี้และฉันคิดว่า Upamecano เป็นผู้เล่นที่ต้องการค่าธรรมเนียมจำนวนมาก

“ดังนั้นคำแถลงดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว”

สองระดับชั้นนำในประเทศเยอรมนีมีกำหนดจะกลับมาทำงานในสุดสัปดาห์ถัดไปหลังจากที่ได้รับการไปข้างหน้าเพื่อดำเนินการต่อในฤดูกาล 2019-20 หลังปิดประตูจากรัฐบาล

บุนเดสลีกาเป็นลีกแรกของยุโรปที่ยืนยันแผนการเริ่มต้นใหม่หลังจากหยุดการแข่งขันในเดือนมีนาคม…

» Read more
Poyet

Poyet งงงวยตามกำหนดเวลาของการเจรจา Ziyech หลังจากที่เชลซีเซ็นสัญญา

Poyet คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกสำหรับเชลซีที่จะไม่เซ็นสัญญาเมื่อเดือนมกราคม

Poyet ฝ่ายของแฟรงค์แลมพาร์ดยืนยันในเดือนกุมภาพันธ์ว่าอาแจ็กซ์ Ziyech ดาวจะย้ายไปที่สแตมฟอร์ดบริดจ์หลังจากฤดูกาล 2019-20 โดยมีค่าธรรมเนียมที่สามารถเข้าถึง 44 ล้านยูโร

ในขณะที่ Poyet เชื่อว่าดาวโมร็อกโกสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับพรีเมียร์ลีกอดีตกองกลางเชลซีไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมการประกาศครั้งนี้จึงเกิดขึ้นทันทีหลังจากสโมสรไม่สามารถเซ็นสัญญาใด ๆ ในระหว่างการถ่ายโอน

การคว่ำบาตรการถ่ายโอนป้องกันไม่ให้เชลซีนำหน้าสดก่อนเริ่มฤดูกาล แต่ถึงแม้ว่าแลมพาร์ดจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมกำลัง แต่ก็ไม่มีผู้เล่นใหม่เซ็นชื่อเมื่อถูกแบนเมื่อต้นเดือนมกราคม

เมื่อถูกถามถึงความเห็นของเขาเกี่ยวกับ Ziyech, Poyet ซึ่งใช้เวลาสี่ปีกับเชลซีและได้รับรางวัล FA Cup, Cup Winners ‘Cup และ UEFA Super Cup กล่าวกับสถิติการแสดง: “ผู้เล่นที่ดีมากผู้เล่นที่น่าสนใจมาก”

เขาพูดต่อ:“ ฉันไม่เข้าใจ – และฉันไม่วิจารณ์ใครเลย – ทำไมเชลซีถึงได้ทำในช่วงฤดูร้อนไม่สามารถเซ็นสัญญาผู้เล่นได้ถึงเดือนมกราคมด้วยความเป็นไปได้ที่จะเซ็นสัญญากับผู้เล่น t แล้วสามวันต่อมาสี่วันต่อมาพวกเขาประกาศว่าพวกเขาเซ็นชื่อผู้เล่นในปีหน้ามันไม่ปกติใช่ไหม

“ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่ดี แต่ฉันทำมันหายไปนิดหน่อยเพราะคุณบ่นมากเกี่ยวกับการซื้อไม่ได้แล้วคุณมีโอกาสที่จะซื้อและคุณก็ไม่ทำแล้วเมื่อหน้าต่างโอนปิดคุณ ประกาศว่าคุณซื้อ

ฉันคิดว่าพวกเขาได้คุณภาพของผู้เล่นที่แฟน ๆ จะได้รับชมแน่นอนว่าจะต้องมีช่วงเวลาในการปรับตัวและทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าคุณมาจากไหนตัวละครของคุณและวิธีที่พวกเขาสามารถแสดงได้ แต่ถ้าเขาปรับตัวให้เข้ากับความแข็งแกร่งและพลังของพรีเมียร์ลีกฉันคิดว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่คุณจะไปและสนุกกับการเล่น

ขับเคลื่อนโดยโครงการ Rubicon
“ ทักษะมากมายพรสวรรค์ทางเทคนิคสามารถทำประตูและเขาสามารถผลิตสิ่งต่าง ๆ ให้กับทีมได้”…

» Read more
Camavinga

Camavinga ยินดีต้อนรับการเชื่อมโยงเรอัลมาดริด

Camavinga กล่าวว่าไม่มีข้อตกลงสำหรับเรนส์

Camavinga ต้อนรับการเชื่อมโยงกับการย้ายไปยังเรอัลมาดริดและปฏิเสธว่าเขามีข้อตกลงในสถานที่ที่จะอยู่ที่แรนส์ในฤดูกาลหน้า

ประเทศฝรั่งเศสภายใต้ -21 Camavinga สนุกกับการรณรงค์ฝ่าวงล้อมกับแรนส์ในปี 2019-20 และเชื่อว่า 17 ปีแล้วเป็นเป้าหมายสำหรับมาดริด

กองกลางทำ 25 ลีกเอิงปรากฏ 1 ก่อนฤดูกาลสิ้นสุดลงก่อนกำหนดเนื่องจากการระบาดของโคโรนาไวรัส

แรนส์ยังคงเป็นที่สามในอันดับและจะเข้าร่วมในแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2020-21 แต่ Camavinga จะไม่รับประกันว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของพวกเขา

ถามว่าข้อตกลงที่จะอยู่ที่แรนส์สำหรับฤดูกาลถัดไปได้มาถึงแล้วหรือไม่ Camavinga บอก Ouest- ฝรั่งเศส: “ถ้าข้อตกลงที่สำคัญเช่นนั้นถูกพบในช่วงกลางฤดูตรงไปตรงมาฉันจะต้องรู้

“ ด้วยอนาคตของฉันเราจะเห็นเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล”

ในการเชื่อมโยงไปยังมาดริดและสโมสรชั้นนำอื่น ๆ เขากล่าวเสริม:“ เป็นเรื่องดีที่สโมสรใหญ่ ๆ อย่างที่กล่าวถึงมีความสนใจในตัวฉัน แต่ฉันก็ยังดีที่แรนส์

“เราจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น … พ่อแม่และตัวแทนของฉันจัดการสิ่งนี้”…

» Read more
ผีจ้างหนัง

ประวัติ ตำนานลึกลับ ผีจ้างหนัง

ผีจ้างหนัง คำชะโนด เป็นป่าที่เต็มไปด้วยเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ผีจ้างหนัง คำชะโนด เรื่องลี้ลับ เรื่องอาถรรพณ์ แล้วก็มันเป็นป่าที่มีตำนาน ที่คนไทยในภาคอีสาน รวมทั้งชาวลาวให้ความยำเกรง เพราะเหตุว่าเช้าใจกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองพญานาค แล้วก็วังพญานาค ต้นตำนานแม่น้ำโขง เป็นป่าที่มีความน่าดึงดูดใจในทางวิชาพฤกษศาสตร์ ที่โลกจำต้องตลึง!!! กับต้นคำชะโนดที่แก่นับหลายร้อยปี รวมทั้งมีอยู่ที่เดียวในป่าคำชะโนด ที่นี้ที่เดียวแค่นั้น

ป่าคำชะโนด ที่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 20 ไร่ในต.วังทอง อ.บ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ป่าคำชะโนด ที่ตั้งตามลักษณะตำแหน่งที่ตั้ง เนื่องด้วยรอบๆนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในเชื้อสายเดียวกับปาล์ม คล้ายตาล ต้นหมาก หรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แม้กระนั้นสูงขึ้นมากยิ่งกว่า) ขึ้นกับอย่างหนาแน่น มองดูไปทางไหนก็มองเห็นแต่ว่าทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า ปี 2520 เป็นครั้งแรกที่ประชาชนได้ทำตรวจปริมาณต้นชะโนดในป่าที่นี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น กระทั่งมาถึงปี 2544 ประชาชนตรวจอีกทีพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียงแค่ 1,865 ต้น แต่กระนั้นตรงนี้ยังคงความเย็นเปียกชื้นรวมทั้งให้บรรยากาศวังเวงอย่างเดิม แต่ว่าที่น่าประหลาดใจเป็น ถ้าหากพ้นจากป่าดงชะโนดที่นี้ไป ห่างกันเพียงแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้มองเห็นแม้กระทั้งต้นเดียว นี่เองก็เลยทำให้แผ่นดินราว 20 ไร่ ถูกให้ฉายาให้เป็นป่าที่ชะโนดขนานแท้ รวมทั้งมีเรื่องมีราวเล่าต่างๆนามาแม้กระนั้นโบราณ

ตำนานลึกลับ – ผีว่าจ้างหนัง
“เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นๆนะ แม้กระนั้นไม่นานก็จะต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เนื่องจากว่าชีวิตงานการไม่รุ่งโรจน์ ชีวิตครอบครัวมีแต่ว่าความทุกข์ร้อน ขนาดว่าเพียงแค่เอาเม็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง บางทีก็อาจจะเป็นใบแห้งๆออกมาจากป่า ท้ายที่สุดจำต้องเอามาคืนกันหมด” ทองคำอินทร์ ปักเสติ ราษฎรโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆกับป่าคำชะโนด กล่าว นี่ก็เกิดเรื่องเล่าของป่าอาถรรพณ์ที่นี้

ป่าอาถรรพณ์ที่นี้ได้แปลงเป็นสถานที่โด่งดังเรื่องของความน่าสะพรึงกลัวเลวข้ามคืน เนื่องจากเรื่องเล่า “ผีว่าจ้างหนังที่คำชะโนด” (คนอีสานเรียก ผีบังบด หรือเมืองลับแล ไม่อาจจะเห็นได้ทั่วๆไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรบันดาลใจให้มองเห็น) มีเรื่องมีราวเล่าว่าโดยเมื่อปี พุทธศักราช2532 ธงชัย แสงสว่างชัย ผู้ครอบครองค่ายหนังเร่ดังที่กล่าวมาข้างต้น ได้เล่าว่า ตัวเองถูกจ้างจากใครสักคนให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทองคำ แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แม้กระนั้นมีเงื่อนไขเป็น จำเป็นต้องฉายจบเพียงแค่ตี 4 ของวันใหม่ แล้วก็ให้ออกจากหมู่บ้านก่อนใกล้จะสว่าง โดยห้ามหันหลังกลับมามองดู…

ภายหลังที่ชำระเงินเงินมัดจำเสร็จ ผู้ครอบครองหนังก็จัดการตระเตรียมของวัสดุอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มถ่ายรูปหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกมาจากตัวจังหวัดบ่ายคล้อยขับขี่รถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางทางดังที่นายจ้างบอกก็มองไม่เห็นว่าจะพบหมู่บ้านหรือผู้ที่จะมารับ ก็เลยนึกว่าหลงกัน ระหว่างหยุดรถยนต์ว่าจะย้อนกลับไปดีไหม ก็มีสตรี 2 คนสวมชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด ผู้ขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แม้กระนั้นเอ็งก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆอย่างงี้ ยานพาหนะอะไรก็ไม่มี

เมื่อขับเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งให้เชิญชวนสงสัยใหญ่ว่า เพราะอะไรไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด ไม่มีเสียง หมอลำ หรือการละเล่นอะไรเลย พอเพียงไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่ว่าแปลกว่าทุกคนจะสวมเสื้อสีขาวกับดำ ถ้าหากเป็นเพศชายสวมชุดขาว หญิงสวมชุดดำแยกให้เห็นกระจ่างเจนแม้กระทั้งเด็ก แต่ว่าที่แปลกทุกคนจะทาหน้าขาวหมดราวกับใช้ครีมพอกหน้าเป็นที่หน้าสงสัยว่าพวกเขานั้นเพราะเหตุใดแต่งชุดแบบงั้นด้วยเหตุว่าไม่มีผู้ใดสวมเสื้ออันอื่นเลยเว้นแต่ชุดขาวและก็ดำ

เมื่อถึงที่แล้วทุกคนก็เริ่มตั้งจอภาพยนตร์ เดินสายไฟ แล้วก็เปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างที่กำลังเป็นจริงเป็นจังจัดตั้งก็เริ่มมองเห็นผู้คนทยอยมานั่งดูหนัง แต่ว่าจะแยกชายหญิงชัดแจ้ง ไม่นั่งรวมกัน แล้วก็ธรรมดาของงานวัดควรจะมีแม่ค้าแม่ขายมาขายน้ำ ขายถั่ว ขายปลาหมึกปิ้ง แต่ว่าตรงนี้กลับไม่มีแม่ค้าสักคน เพียงพอจัดตั้งเสร็จก็เริ่มฉายหนัง หนังที่เอาไปฉายมี 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่ 2 เป็นภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่น เรื่องที่ 3 กับ 4 เป็นหนังผี ระหว่างฉายคนบรรยายก็เพียรพยายามบรรยายยิงมุกขำขันๆแต่ว่าไม่มีผู้ใดหัวเราะหรือแสดงความรู้สึกประการใดเลย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาไปฉายที่ใด คนก็จะหัวเราะตลอด

กระทั่งเริ่มฉายเรื่องที่ 3 ที่เป็นหนังผี ดูอาการผู้ที่มาดูเริ่มตั้งอกตั้งใจมอง ในขณะที่บรรยากาศในช่วงเวลานั้นก็เที่ยงคืนมองน่าขนลุกมากมายๆระหว่างนั้นทางผู้จัดงานก็จัดข้าวต้มถ้วยเล็กมาให้คณะทำงานฉายหนังกินกัน ทางคณะทำงานมองเห็นแล้วหลังจากนั้นก็อ่อนใจ มีแม้กระนั้นข้าวต้มซีดๆกะเนื้อชิ้นเล็กๆแม้กระนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียความตั้งใจ ทางคณะทำงานก็เลยกินกัน ปรากฎว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่เคยกินกันมา ภายหลังจากฉายหนังจบถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ ประเดี๋ยวเดียวก็สลายไปหมด ไม่มีผู้ใดหลงเหลืออยู่เลย ทางคณะทำงานก็เก็บเครื่องมือขึ้นรถ โดยมีเพศหญิงสองคนนั่งรถยนต์ออกมาส่ง ก่อนที่จะร่ำลาก็จ่ายค่าจ้างที่เหลือซึ่งเป็นเงินเหรียญทั้งสิ้น เพียงพอออกมาส่งถึงปากซอยหญิงสองคนนั้นลงจากรถยนต์ เพียงพอรถยนต์ออกสตาร์ทผู้ขับที่เป็นเจ้าของหนังกลางแปลงหันกลับมาดูก็มองไม่เห็นเพศหญิง 2 คนนั้นแล้ว

ภายหลังกลับมาถึงบริษัท ธงชัย ก็กำเนิดความข้องใจ ก็เลยเช็คเรื่องราวกับนายจ้างที่ทำสำเนาให้ตอนมัดจำ ก็เจอตัวว่ามีชื่อนี้จริง แต่ว่าเจ้าตัวพูดว่าไม่เคยไปจ้างผู้ใดไปฉายหนังตามวันและก็ในขณะที่บอก เมื่อสงสัยจัดก็เลยซักถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่เอาหนังไปฉาย ทางเจ้าอาวาสก็พูดว่าในวันนั้นที่วัดมิได้มีการจัดงานอะไร แม้กระนั้นเจ้าอาวาสเล่าว่า ในคืนวันที่ผู้ครอบครองหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ที่ป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ๆดังมีลมพายุพัดเข้ามา ทั้งที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย ทำให้ผู้ครอบครองหนังนั้นประหลาดใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการมากมาย แล้วก็ยังหาคำตอบว่าใครกันแน่ที่ว่าจ้างหนังไปฉายที่ป่าคำชะโนดมิได้

นอกเหนือจากการที่จะมีเรื่องมีราวเล่าผีว่าจ้างหนังที่ป่าคำชะโนดแล้ว ป่าที่นี้ยังมีเรื่องมีราวน่าแปลกอีกประเด็นเป็น เวลาน้ำแล้งก็จะมีความคิดเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่ว่าเวลาน้ำหลาก ที่ดินบริเวณจะท่วมหมด แต่ว่าปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงยังไงก็ไม่ท่วม ราษฎรก็เลยมั่นใจว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้ รวมทั้งมั่นใจว่าที่เป็นแบบนี้ด้วยเหตุว่าเจ้าที่เจ้าทางเป็นคนทำไม่ให้ป่าที่นี้จมน้ำ

ในช่วงเวลาที่ ทองคำอินทร์ ปักเสติ ประชาชนโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆกับป่าคำชะโนด ได้ย้อนถึงสถานะการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในป่าคำชะโนดอีกเรื่องหนึ่งเล่าของป่าที่นี้ ซึ่งคนนอกฟังมองบางทีอาจรู้สึกว่าเกิดเรื่องสมมติขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนกลัวกันเล่นๆสำหรับราษฎรที่อยู่มานานนมกลับเชื่อวางใจ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา หรือนิยายบันเทิงเริงรมย์ แต่ว่าโน่นเป็นแรงเชื่อถือที่ประชาชนมีต่อป่าอันลี้ลับรวมทั้งเต็มไปด้วยเรื่องเล่าเยอะแยะ

แรกเริ่มคนท้องถิ่นจะเรียกตรงนี้ว่า “วังนาเคนทร์คำชะโนด” ที่มาก็คือมีหนองน้ำอยู่กึ่งกลางป่าชะโนด เป็นแอ่งน้ำขนาดเล็กๆกลับมีน้ำไหลซึมออกตามธรรมชาติตลอดระยะเวลา ทำให้เกิดอาการชาวบ้านเช้าใจกันว่าแอ่งน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในรอบๆป่า สำหรับแอ่งน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นหนองน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก ประชาชนเชื่อกันแบบนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยเคยทดลองอธิษฐานเบื้องหน้าหนองน้ำก็ได้ตามหวัง บางบุคคลป่วยไข้ไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความพิศวงดวงใจยิ่งนัก แม้กระนั้นโน่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเลื่อมใสมีมากน้อยแค่ไหน ใครหลายๆคนไม่เชื่อแถมยังดูถูกดูแคลน ตักน้ำจากบ่อแล้วเอามาล้างเท้าแทนที่จะหายไข้กลับเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสซ้ำหนักกว่าเดิม

เหมือนกับคนไหนกันที่ต้องการจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็จำเป็นต้องสำรวมและก็ประพฤติตามข้อบังคับอื่นๆอย่างเช่น ห้ามสวมรองเท้าทั่วอีกทั้งรอบๆป่า หมวก แว่น ร่ม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ ห้ามเด็ดขาด เพราะว่าสิ่งกลุ่มนี้เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นดูถูกเหยียดหยามต่อผู้คุ้มครองแผ่นดิน

“เมื่อก่อนห้ามสวมเสื้อสีแดงด้วย ไม่ได้เลยจ๊า คนไหนกันใส่เข้ามานี่เกิดเรื่อง อยู่มิได้นานหรอก จำเป็นต้องรีบออกไป ไม่เคยรู้ทำไม เสมือนท่านเกลียดชัง แม้กระนั้นเพียงพอหลวงปู่ (หลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดบริเวณป่าคำชะโนด) ได้ประกอบพิธีขอนอกจากหลังจากนั้นก็ใส่ได้” ทองคำหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทองคำ กล่าว…

» Read more
ศิลปะเกี่ยวกับความตาย

ศิลปะเกี่ยวกับความตาย ที่ไปที่มาของศิลป์นี้

ศิลปะเกี่ยวกับความตาย เป็นจำพวกของงานศิลปะที่เป็นแบบอย่างหรือตั้งอยู่กับร่างของผู้เสียชีวิต

ศิลปะเกี่ยวกับความตาย ที่เก็บศพเป็นคำกว้างๆที่สใช้สำหรับใส่คนตาย ช่วงเวลาที่โภคทรัพย์หลุมฝังศพเป็นข้าวของที่ฝังหรือตั้งไว้กับผู้เสียชีวิต—ที่นอกไปจากร่างของคนเสียชีวิต—ที่ได้รับการวางไว้กับคนตาย ข้าวของต่างๆที่ฝังไปกับผู้เสียชีวิตบางทีก็อาจจะรวมถึงข้าวของส่วนตัว หรือวัตถุหรือข้าวของที่ทำขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกระทำฝัง หรือวัตถุหรือข้าวของขนาดย่อที่เช้าใจกันว่าจะมีสาระต่อคนตายในโลกใหม่ ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวัฒนธรรมต่างๆในอดีตกาลชอบมาจากวัตถุที่ฝังไว้กับคนตายเหล่านี้

ศิลป์เกี่ยวกับความตายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจุดมุ่งหมายหลายประการที่นอกไปจากเพื่อความมีสุนทรีย์สำหรับการแสดงถึงความศรัทธาหรืออารมณ์เกี่ยวกับชีวิตข้างหลังความตาย ศิลป์เกี่ยวกับความตายบางครั้งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพิธีกรรมฝังศพ, เป็นข้าวของที่คนเสียชีวิตจะเอาไปใช้ได้ในภพหน้า และก็ เป็นวัตถุเพื่อการเฉลิมฉลองชีวิตแล้วก็การบรรลุผลของคนตาย หรือ เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสาเหตุในจารีตประเพณีการสักการบรรพบุรุษ (ancestor veneration) ยิ่งกว่านั้นศิลป์เกี่ยวกับความตายก็บางทีก็อาจจะเป็นเครื่องเตือนถึงความไม่เที่ยงแท้ของสังขารของคนเรา, เครื่องแสดงถึงคุณประโยชน์รวมทั้งหน้าที่ของวัฒนธรรม แล้วก็เป็นการเอาอกเอาใจวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อจะปกป้องไม่ให้กลับมาหลอกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ วัฒนธรรมหลายวัฒนธรรมมีบุคลาธิษฐานยมทูต อย่างเช่นเทวดาเฮอร์มีสของภาษากรีก หรือเทวดาชารุน ผู้เป็นคนนำทางวิญญาณไปยังโลกสำหรับผู้เสียชีวิต

ศิลป์เกี่ยวกับความตายมีมาตั้งแต่ยุคมนุษย์นีอันเดอร์ธอลกว่า 100,000 ปีมาแล้ว และก็ดำเนินในทุกชาติทุกวัฒนธรรมถัดมา—นอกจากวัฒนธรรมฮินดูที่มีข้อมูลเพียงแค่เล็กๆน้อยๆที่เป็นข้อละเว้น งานศิลปะอันมีชื่อในวัฒนธรรมสมัยโบราณในอดีตกาล—ตั้งแต่พีระมิดอียิปต์ แล้วก็โภคทรัพย์ฟาโรห์ทุตอังค์อามุน ไปจนกระทั่ง ป่าช้าจิ๋นซีฮ่องเต้โอบล้อมหลุมฝังศพของจักรพัตราธิราชจีนฉินสื่อหวงที่ราชวงศ์ฉิน, ที่เก็บศพฮาลิคาร์นาสซัส, เรือฝังที่ซัททันฮู รวมทั้ง ทัชมาฮาล—เป็นที่เก็บศพหรือที่เจอข้าวของที่ฝังไปกับคนตายเยอะๆ โดยมากแล้วศิลป์เกี่ยวกับความตายชอบทำขึ้นโดยผู้เลี้ยงดูนักแสดงผู้มีฐานะดี ส่วนการฝังศพหรือฌาปนกิจของผู้มีฐานะยากจนก็บางครั้งอาจจะก็แค่เป็นภาพที่เขียนหยาบๆง่ายๆและก็ข้าวของติดตัวที่เป็นสมบัติเมื่อมีชีวิตอยู่…

» Read more
เรือสุพรรณหงษ์

ตำนานความเป็นมาของ เรือสุพรรณหงษ์

เรือสุพรรณหงษ์ หัวเรือทำท่าเหมือนจะกลับอู่อยู่อย่างเดียว

เรือสุพรรณหงษ์ สำหรับ เรื่องมหัศจรรย์ที่หลายคนบางทีอาจจะรู้เลาๆหรือเคยได้ฟังได้ฟังมาบ้างก็เป็น สถานะการณ์ที่เกิดขึ้นกับกระบวนเดินทัพชลมารคเมื่อปี พุทธศักราช 2539 โดยคุณราตรี บัวประดิษฐ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้เล่าว่า

“ในปีนั้น(พุทธศักราช2539) นับเป็นปีพิเศษที่กระบวนพยุหยาตราฯ , , , ได้นำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆมาแล่นเป็นเรือเอกลำแรก ทำให้เรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเดิมเคยเป็นเรือเอกมาตลอดกลายเป็นเรือรองแล่นตามหลัง

“เมื่อนำเรือสุพรรณหงส์แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาออกตามหลังเรือนารายณ์ทรง สุบรรณได้ครู่หนึ่ง จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เป็นเกิดมีพายุลมแรงมากโดยที่ไม่มีวี่แววของฝนตั้งเค้าพัดมาที่เรือสุพรรณ หงส์ ตอนที่เรือลำอื่นยังแล่นได้ตามปกติ

“แล้วเรือสุพรรณหงส์ก็เบนหัวเรือทำท่าราวกับจะกลับอู่อยู่อย่างเดียว ทั้งๆที่เหล่าฝีพายซึ่งล้วนแล้วแต่มีฝีมือดี อุตสาหะจะตั้งหลักให้แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ว่าก็ไม่เป็นผล เรือไม่ยินยอมไปตามจนกระทั่งท้ายที่สุดเมื่อเรือแทบจะล่ม เหล่าฝีพายก็จะต้องนำเรือกลับเข้าอู่ต่อเรือพิธี”
กระบวนยกทัพฯควรจะเป็นเรือลำใดลำหนึ่งเพียงแค่นั้น
เรื่อง นี้มีบุคคลที่อยู่ในเรื่องคนไม่ใช่น้อยต่างเข้าใจกันอยู่ ดังนี้ถ้าเกิดมาดูกันตามประวัติศาสตร์ กระบวนพยุหย าตราฯนั้น เรือสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งเอกมาตลอด แม้กระนั้นในวันนั้นได้นำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณไปแล่นเป็นเรือเอกแทน ทำให้เรือสุพรรณหงส์ไม่ยินยอม ซึ่งถ้าเกิดมองเป็นลำดับชั้นแล้วเรือนารายณ์ทรงสุบรรณเป็นเรือรูปสัตว์ที่มีขั้นรอง เรือสุพรรณหงส์อยู่แล้ว

“ซึ่งสำหรับในการจัดริ้วกระบวนปี 2539 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกล่าวว่า ถ้าเกิดจะให้แก่ท่านประทับเรือนารายณ์ทรงสุบรรณก็ไม่สมควรที่จะเอาเรือสุพรรณหงส์ลง เพราะว่ากระบวนยกกองทัพฯควรจะเป็นเรือลำใดลำหนึ่งเพียงแค่นั้น”

ปรับแก้ พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี
นอก จากเรื่องน่าอัศจรรย์ของเรือสุพรรณหงส์ที่หลายๆคนเคยทราบได้ฟังเกี่ยวกับ
กระบวนเดินทัพฯปี พุทธศักราช 2539 แล้ว คุณกลางคืนยังเล่าเหตุอันน่าแปลกที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเองให้ฟังว่า

“ในสมัยก่อนตรงนี้(พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี)เป็นเพียงแต่สถานที่เก็บเรืออย่าง เดียวเพียงแค่นั้น ถัดมาก็เลยเปลี่ยนแปลงเป็นพิพิธภัณฑสถานเรือพิธี แต่สถานที่ยังไม่ดีเพียงพอ เมื่อฉันมาก็ตั้งอกตั้งใจที่จำสถานที่ที่นี้ให้ดียิ่งขึ้นเนื่องมาจาก เป็นที่เก็บเรือของในหลวงรวมทั้งมีที่เดียวในโลก

“ก็เลยได้ประกอบพิธีเซ่นสังเวยแม่ย่านาง เจ้าที่เจ้าทาง พร้อมด้วยบอกท่านว่ามีความมุ่งหมายที่จะทำที่นี่ให้ดี รวมทั้งอยากงบประมาณเพื่อมาปรับปรุงแก้ไข ขอดลบันดาลจิตใจให้แก่ท่านคนแก่ให้งบประมาณสำหรับในการเกื้อหนุนในการพัฒนา ซึ่งจากการ ที่ไหว้และจากนั้นก็ได้รับงบประมาณโดยตลอด หัวข้อนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์มิได้ แต่ว่าฉันก็มีความเชื่อโดยตลอด”

จัดพิธีการเส้นไหว้ พิธีการบอกเทวดาหรือแม่ย่านาง
เมื่อ เอ๋ยถึงเรื่องแม่ย่านางแล้ว คุณวิกาลเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ที่เรือสุพรรณหงส์เคยมีผู้เฒ่า ผู้แก่ คนจำนวนไม่น้อย มองเห็นแม่น่านาง เป็นสตรีผมยาว ผมขาว เดินไปๆมาๆอยู่ที่ศีรษะเรือในช่วงกลางคืน

“ซึ่งเรื่องที่เรือมีแม่ย่านางนี้ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงทราบดีว่าเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการต่อเรือ เนื่องจากการที่จะสร้างเรือขึ้นมาหนึ่งลำนั้น ควรจะมีการจัดพิธีการเส้นไหว้ พิธีการแจ้งเทวดาหรือแม่ย่านาง ที่ประจำเรือซึ่งทำมาจากต้นไม้ ดังนี้เป็นพิธีการความเลื่อมใสที่มีมาแม้กระนั้นโบราณ ส่วนแม่ย่านางเรือแต่ละลำนั้นจะเฮี้ยนขนาดไหน อันนี้ก็ขึ้นกับเรือลำนั้น

“สำหรับพิธีบูชาเส้นไหว้เรือสุพรรณหงส์นั้นก็ราวกับพิธีบูชาปกติ เป็นมีของสำหรับเซ่นไหว้ อย่างหัวหมู เป็ด ไก่ อาหารคาว ของว่าง ของหวานต้มแดงต้มขาว รวมทั้งจะมีพราหมณ์เป็นผู้กระทำพิธีบูชาอีกทั้งก่อนจะสร้างเรือเพื่อเป็นการขอ อนุญาต และก็เมื่อสร้างเรือเสร็จแล้วก่อนจะนำเรือลงสู่แม่น้ำก็จะมีการเส้นไหว้อีก กาลครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการขอพรและก็ความเป็นมงคลให้กับฝีพายแล้วก็นายทหารต่างๆที่อยู่ประจำบนเรือ ซึ่งทั้งผองนี้นับเป็นจารีตโบราณที่สืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน”

อีก สิ่งหนึ่งที่ถ้าหากคุณรัตติกาลไม่เล่าออกมาก็จะไม่รู้เรื่องเลยว่า ที่โขนเรือสุพรรณหงส์นั้นจะมีการนำเหรียญบาทที่ข้างหน้าเป็นรูปพระเจ้าแผ่นดินแล้วก็ ข้างหลังเป็นรูปตราแผ่นดินใส่ลงไปในโขนเรือและประกอบพิธี ตามความเลื่อมใสแต่ก่อนที่เช้าใจกันว่าเพื่อความเป็นมงคล”

สำหรับเรื่องลี้ลับน่าเกินจริงเกี่ยวกับเรือสุพรรณหงส์ยังไม่หมดเพียงแต่เท่า นี้ คุณราตรีกาล คนเดิม เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ที่เรือลำนี้จะมีผู้ตายเซ่นสังเวยทุกปี โดยผู้ที่ตายโดยมากก็ชอบเป็น พวกที่ไปดูถูกดูแคลนเรือ อย่าง นายทหารคนหนึ่งเมื่อเมาแล้วได้เข้าไปนั่งในเรือรวมทั้งฉี่รดเรือ จากนั้นทหารคนนั้นก็จมน้ำตายโดยไม่รู้ปัจจัย ในขณะที่เป็นคนว่ายแข็ง

“ส่วนอีกคนหนึ่ง ไปพูดจา ดูถูก ลบหลู่ แล้วก็เกิดเหตุเป็นไป เป็นว่ายจู่ๆจมน้ำตายไปเฉยเลย โดยไม่รู้จักปัจจัย ยิ่งกว่านั้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตรงนี้(พิพิธภัณฑสถานเรือพิธี)มีน้ำท่วมมากมาย ลูกคนงานตรงนี้จู่ๆก็ตกน้ำตาย สำหรับตรงนี้แล้วคล้ายกับว่าทุกปีควรมีผู้ตายเสมอ

ถ้าเกิดไม่มีการไหว้ขออโหสิก่อนแล้ว ก็จะเกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับรูปพวกนั้น
“อีก เรื่องราวหนึ่งที่เหลือเชื่อมากๆแล้วก็ชอบเกิดขึ้นบ่อยมากก็คือ สำหรับคนที่มาถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้รายงานข่าว เด็กนักเรียน นิสิต ถ้าเกิดไม่มีการไหว้ขออภัยก่อนแล้ว ก็จะเกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับรูปพวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปที่ถ่ายไม่ติด รูปที่ถ่ายมาเสีย ดำหมด ขาวหมด จำเป็นต้องกลับมาขออภัยเพื่อถ่ายใหม่” คุณรารีเล่าด้วยด้วยความตื่นเต้น…

» Read more
1 2 3 5